แนะแนววิธีการจัดการ สาระน่ารู้หรือเคล็ดลับดีๆในการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงหลายๆเรื่องที่คุณไม่รู้มาก่อน มาอัพเดทกันก่อนใคร ที่นี่ ..
ทุกเรื่องบัตรเครดิตที่คุณควรรู้
เมื่อภาระหนี้เริ่มกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และค่างวดต่าง ๆ ทั้งในและนอกระบบ จนยากต่อการบริหาร หลายคนจึงเริ่มมองหา "สินเชื่อรวมหนี้" เพื่อรวมภาระทั้งหมดให้เหลือเจ้าหนี้เพียงรายเดียว แต่การรวมหนี้ช่วยลดภาระได้จริงหรือไม่ และคุ้มค่ากับการเปลี่ยนหนี้หลายก้อนให้กลายเป็นหนี้ก้อนเดียวหรือเปล่า บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีพิจารณาว่าสินเชื่อรวมหนี้เหมาะกับคุณหรือไม่


สินเชื่อรวมหนี้ (Debt Consolidation) คือ บริการทางการเงินที่ช่วยรวมหนี้หลาย ๆ ก้อน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ให้มาเป็นก้อนเดียวกัน โดยการกู้สินเชื่อก้อนใหม่ไปปิดหนี้เก่าทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาผ่อนชำระกับผู้ให้บริการทางการเงินแห่งเดียว
การรวมหนี้มีข้อดีหลายอย่าง แต่ก่อนที่จะไปรู้จักทั้งหมด ขออนุญาตยกตัวอย่างปัญหาของคนที่มีหนี้บัตรหลายใบก่อน ดังนี้
ยกตัวอย่างเช่น นาย a มีหนี้จากการจ่ายยอดขั้นต่ำบัตรเครดิต 3 ใบ บัตรกดเงินสด 2 ใบ ซึ่งออกโดยธนาคารและผู้ให้บริการทางการเงินคนละแห่งกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ นอกจากวันที่ครบกำหนดชำระจะเป็นคนละวันกันแล้ว สินเชื่อคนละประเภทยังมีการคิดดอกเบี้ยคนละอัตรากัน สิ่งที่ตามมาคือการบริหารการเงินที่วุ่นวายซ้ำซ้อน ต้องจ่ายหนี้หลายธนาคารหรือหลายผู้ให้บริการทางการเงินเป็นยอดครั้งละมาก ๆ ต้องจำวันที่ครบกำหนดแต่ละใบให้ครบ ซึ่งทำให้การบริหารเงินในแต่ละเดือนยุ่งยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้โดยไม่ตั้งใจ

หลังรวมหนี้กับผู้ให้บริการทางการเงินหรือธนาคารแล้ว เราจะได้สัญญาเงินกู้ฉบับหนึ่งมา ซึ่งออกให้โดยธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงินเจ้าของสินเชื่อรวมหนี้ พร้อมเงินก้อนจำนวนหนึ่งที่ครอบคลุมภาระหนี้ทั้งหมดเพื่อให้ไปปิดหนี้เดิมทั้งหมด แล้วมาผ่อนจ่ายกับเจ้าหนี้ใหม่เพียงคนเดียว เหลือค่างวดเดียว วันชำระเดียว ซึ่งก็สามารถที่จะติดตามหนี้และบริหารจัดการยอดหนี้ได้ง่ายขึ้น โดยมากแล้วมักจะได้ดอกเบี้ยที่น้อยกว่าหนี้เดิมที่ผ่อนอยู่ด้วย
ก่อนรวมหนี้
|
รายการ |
จำนวน |
|
บัตรเครดิต |
3 ใบ |
|
บัตรกดเงินสด |
2 ใบ |
|
วันจ่าย |
5 วัน |
|
เจ้าหนี้ |
5 ราย |
หลังรวมหนี้
|
รายการ |
จำนวน |
|
สินเชื่อ |
1 สัญญา |
|
วันจ่าย |
1 วัน |
|
เจ้าหนี้ |
1 ราย |
มีโอกาสที่จะมีเงินเหลือต่อเดือนมากขึ้น เพราะนำภาระหนี้หลายที่มารวมกันแล้วเฉลี่ยออกมาเป็นค่างวดที่ผ่อนยาวขึ้นในสินเชื่อใหม่ที่ดอกเบี้ยถูกลง ทำให้ผ่อนต่อเดือนถูกลง
เพราะเหลือวันชำระหนี้เพียงวันเดียว จึงไม่ต้องคอยจดจำว่าเมื่อไหร่ต้องชำระหนี้ ก็สบายใจนอนหลับสบายได้มากขึ้น
เมื่อรวมหนี้แล้ว มีโอกาสที่จะทำให้เหลือเงินใช้ต่อเดือนมากขึ้น ก็สามารถเก็บออมเพื่อไปโปะตัดต้น เพื่อให้หนี้หมดเร็วขึ้นได้ด้วย
จัดการได้ง่ายกว่า ไม่เสี่ยงผิดนัดชำระ อันจะก่อให้เกิดค่าปรับ และดอกเบี้ยให้เปลืองเงิน

เป็นตัวเลขสมมุติเพื่อให้เห็นภาพ ดังนี้
ก่อนรวมหนี้
|
เจ้าหนี้ |
ยอดรวม |
ยอดผ่อนต่อเดือน |
||
|
บัตรเครดิต 3 ใบ |
150,000 |
15,000 |
||
|
200,000 |
10,000 |
||
|
รวม |
350,000 |
25,000 |
หลังรวมหนี้
|
สินเชื่อรวมหนี้ ยอดหนี้รวม |
ยอดผ่อนต่อเดือน |
|
350,000 |
7,300 |
ตัวเลขสมมุติเพื่อการอธิบาย โดยอ้างอิงจากสินเชื่อรวมหนี้ดอกเบี้ยประมาณ และอาจแตกต่างจากผลการอนุมัติจริงของแต่ละสถาบันการเงิน

โดยการรวมหนี้ในอุดมคติ คือเราต้องหาสินเชื่อรวมหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าหนี้ที่เรามี จึงจะเกิดประสิทธิภาพในการจัดการหนี้สูงที่สุด แต่ในหลายกรณีก็ไม่เป็นเช่นนั้น เพื่อตอบคำถามว่ารวมหนี้แล้วดอกเบี้ยลดหรือไม่ เราต้องดูปัจจัยดังต่อไปนี้
การรวมหนี้ไม่ได้หมายความว่าดอกเบี้ยจะลดลงโดยอัตโนมัติเสมอไป ผู้กู้ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของหนี้เดิมกับดอกเบี้ยของสินเชื่อใหม่ก่อนตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้กู้
ไม่ควรดูเฉพาะค่างวดต่อเดือน เพราะแม้ค่างวดลดลง แต่หากระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น ต้นทุนรวมตลอดสัญญาอาจเพิ่มขึ้นได้
ยกตัวอย่างเช่น
หนี้เดิม
100,000 บาท
ผ่อนอีก 12 เดือน ดอกเบี้ย 25%
ค่างวด 9,490 บาท/เดือน
ยอดรวมตลอดสัญญา 113,880 บาท
กับ
รวมหนี้ใหม่
100,000 บาท
ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 12%
ค่างวด 2,633 บาท/เดือน
ยอดรวมตลอดสัญญา 126,384 บาท
จะเห็นว่าแม้ดอกเบี้ยต่อปีลดลง แต่ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาอาจไม่ได้ลดตาม หรือบางครั้งจ่ายรวมมากขึ้นด้วย จึงควรพิจารณาตามความเหมาะสมและความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งไม่มีถูกไม่มีผิด หากผ่อนต่อเดือนยังไม่ไหว อาจจะเลือกผ่อนยาว ค่างวดต่ำ ดอกเบี้ยสูงกว่า แล้วค่อยเก็บเงินไปโปะปิดเงินต้นก็ได้เช่นกัน
หลายคนเข้าใจว่าการรวมหนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยลดดอกเบี้ย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ประโยชน์สำคัญของการรวมหนี้มักอยู่ที่การช่วยลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนและทำให้การบริหารหนี้ง่ายขึ้นมากกว่า ทั้งนี้การรวมหนี้จะช่วยลดดอกเบี้ยได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหม่อนุมัติให้ รวมถึงระยะเวลาผ่อนชำระใหม่ที่เลือกด้วย
ตัวอย่างเช่น หากสามารถย้ายหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูงมารวมไว้ในสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า ก็อาจช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยโดยรวมได้ แต่ในบางกรณี แม้อัตราดอกเบี้ยใหม่จะไม่ได้ต่ำลงมาก ผู้กู้อาจยังได้รับประโยชน์จากการลดจำนวนค่างวด เหลือเพียงการชำระหนี้เดือนละครั้ง และมีภาระผ่อนต่อเดือนที่เหมาะสมกับรายได้มากขึ้น
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจรวมหนี้ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ควรเปรียบเทียบทั้งค่างวดต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระ และต้นทุนรวมตลอดสัญญา เพื่อให้มั่นใจว่าการรวมหนี้ครั้งนี้จะช่วยให้สถานะทางการเงินดีขึ้นจริง และไม่ใช่เพียงการยืดระยะเวลาการเป็นหนี้ออกไปเท่านั้น
หลัก ๆ แล้วคุณมีทางเลือกในการรวมหนี้บัตรเครดิตหลัก ๆ 2 ทางเลือกดังต่อไปนี้
คือการไปทำสัญญากู้ฉบับใหม่ เพื่อนำเงินก้อนนั้นมาปิดชำระหนี้ เหมาะสำหรับ
คือการขอเจรจาเพื่อประนอมหนี้ หรือเรียกว่าการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อ ขอผ่อนยาวขึ้น ลดดอกเบี้ย หรือแม้แต่ขอ เหมาะสำหรับ
แนวทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาการชำระหนี้ และอาจไม่ใช่การรวมหนี้ในความหมายเดียวกับการขอสินเชื่อเงินก้อนใหม่
ไม่ใช่คนมีหนี้ทุกคนที่เหมาะจะทำสินเชื่อรวมหนี้ หรือจะสามารถทำสินเชื่อรวมหนี้ได้ แล้วสินเชื่อรวมหนี้เหมาะกับใครบ้าง ไปดูกัน
ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินหลายแห่ง การเลือกใช้สินเชื่อรวมหนี้จะช่วยรวบรวมภาระหนี้ทั้งหมดมาไว้ที่เดียว ทำให้เหลือการผ่อนชำระเพียงยอดเดียวต่อเดือน พร้อมช่วยลดอัตราดอกเบี้ยและค่างวดให้เบาลง แต่สำหรับกรณีที่มีหนี้นอกระบบรวมอยู่ด้วยขอแนะนำให้มองหา สินเชื่อส่วนบุคคลในระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เนื่องจากหนี้นอกระบบมักคิดอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายและ ธปท. กำหนด เพื่อนำเงินสดก้อนนั้นไปปิดจบหนี้นอกระบบโดยเร็ว และเปลี่ยนเจ้าหนี้มาเป็นผู้ให้บริการทางการเงินในระบบที่มีการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง
หลายคนวางใจว่าแม้จะเป็นหนี้อยู่หลายสัญญา หลายใบ แต่ก็สามารถจ่ายขั้นต่ำได้ทั้งหมด จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องจัดการกับภาระหนี้ใด ๆ ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่เป็นกับดักที่น่ากลัวที่สุด เพราะแม้วันนี้จะสามารถจ่ายขั้นต่ำได้ แต่เงินที่ไปหักเงินต้นนั้นน้อยมาก และถูกนำไปจัดการกับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมด แล้วดอกเบี้ยนั้นกํถูกทบต้นงอกเงยไปเรี่อย ๆ ทวีคุณกับหนี้บัตรหลายใบ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลายคนคือท้ายที่สุดแม้แต่ขั้นต่ำก็จ่ายไม่ไหว เพราะฉะนั้นเมื่อรับรู้ถึงสัญญาณว่าจ่ายเต็มจำนวนไม่ไหว และมีหนี้หลายก้อน หลายใบ ควรรีบรัดเข็มขัด และมองหาสินเชื่อรวมหนี้โดยเร็วที่สุด
การเป็นหนี้หลายที่มันไม่สนุกเลย เพราะต้องคอยจดจำวันครบกำหนดค้างชำระ หากจ่ายช้าหรือลืมจ่ายก็มีค่าปรับเกิดขึ้น การรวมหนี้จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ให้คุณได้ปลดปล่อยภาระของการต้องวิ่งหาเงินมาจ่ายขั้นต่ำแต่ละทีจนหัวหมุนไปหมดได้หมดจด
แม้จะขึ้นชื่อว่าสินเชื่อรวมหนี้ แต่ธนาคารและผู้ให้บริการทางการเงินที่ให้กู้เอง ก็มีข้อจำกัดในการให้กู้ หากมีหนี้จำนวนมาก ๆ ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะไม่สามารถพิจารณาอนุมัติสินเชื่อรวมหนี้เพื่อรวมหนี้ได้ทั้งหมด สินเชื่อรวมหนี้แทนที่จะเป็นทางออก ก็จะกลายเป็นภาระก้อนใหม่แทน ดังนั้นสินเชื่อรวมหนี้จึงเหมาะกับผู้มีหนี้หลายก้อนจำนวนหนึ่ง ที่ไม่มากกว่าวงเงินประเมินของผู้ออกสินเชื่อรวมหนี้ ซึ่งสามารถศึกษาได้จากประกาศข้อมูลของสินเชื่อรวมหนี้นั้น ๆ
หากคุณยังคงจัดการกับภาระหนี้และการเงินของคุณได้ดีอยู่ ก็อาจจะยังไม่มีความจำเป็นต้องไปหาสินเชื่อรวมหนี้ แล้วมีเกณฑ์การดูยังไงบ้างล่ะ
หากคุณสามารถจ่ายเต็มจำนวน โดยที่ไม่กระทบกับกระแสเงินสด หรือพูดง่าย ๆ ว่า ยังมีเงินเหลือพอให้ใช้จ่ายได้อยู่ การรวมหนี้อาจไม่จำเป็นเท่าการอดทนไม่ก่อหนี้เพิ่ม แล้วกัดฟันใช้หนี้เดิมให้หมด
แม้คุณวางแผนจะกู้สินเชื่อรวมหนี้มาจัดการทั้งก้อนทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าหนี้บางก้อนใกล้จะปิดได้แล้ว การพยายามปิดหนี้ก้อนนั้นให้ได้ จะส่งผลดีกับคุณมากกว่า เพราะจะเป็นการลดภาระหนี้รวมที่จะไปรวมในการกู้สินเชื่อรวมหนี้ก้อนใหม่ คุณก็จะเสียเงินต้นน้อยลง เสียดอกเบี้ยน้อยลง สบายตัวขึ้น มีเงินเหลือใช้มากขึ้น
การที่คุณมีเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่าย และ ชำระหนี้ไปแล้ว แปลว่า คุณมีความสามารถที่จะจัดการหนี้ก้อนนั้นได้ ลองพยายามอดออม และ เคลียร์หนี้ให้เร็วที่สุด จะเป็นผลดีกับตัวคุณมากกว่าหาสินเชื่อรวมหนี้ก้อนใหม่มาเพิ่ม
การขอสินเชื่อรวมหนี้นั้นไม่ต่างจากการขอสินเชื่อเงินก้อน หรือ สินเชื่ออเนกประสงค์อื่น ๆ มากนัก โดยมักมีเอกสารที่ต้องการดังนี้
ธนาคารและผู้ให้บริการทางการเงินบางที่อาจจะร้องขอรายละเอียดหนี้เดิมที่ต้องการรวมหนี้ เป็น ใบเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งแสดงยอดหนี้รวม และค่างวดที่ต้องชำระต่อเดือน
โดยมากมักไม่เกิน 3 – 5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร/ผู้ให้บริการทางการเงิน โดยไม่รวมวันเสาร์ - อาทิตย์ โดยมีปัจจัยที่มีผลต่อการอนุมัติดังนี้
หากสมัครเองผ่านช่องทางอัตโนมัติเช่นแอปพลิเคชัน หรือ การทิ้งช่องทางติดต่อไว้ในเว็บไซต์ สามารถสมัครได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ขั้นตอนการพิจารณาจะเกิดขึ้นในวันทำการเท่านั้น

สินเชื่อส่วนบุคคลอิออน วันโลน ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน เป็นสินเชื่อเงินก้อนอเนกประสงค์ ที่มีจุดเด่นที่ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นเพียง 15.99%* และผ่อนได้นานสูงสุด 60 งวด มีจุดเด่นดังนี้
รับวงเงินสูงสุด 5 เท่า* ของรายได้
ค่างวดคงที่ทุกเดือน แบบลดต้นลดดอก สามารถวางแผนเก็บเงินมาตัดต้นเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้นได้ ปิดเมื่อไหร่ก็ได้
ผ่อนจ่ายเพียงหมื่นละ 8 บาท/วัน*
รวมหนี้เป็นก้อนเดียว จัดการง่าย ผ่อนสบาย ปิดได้ไว
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 15.99% - 24% ต่อปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด *สมมุติฐานการคำนวณจากกู้สินเชื่อผ่อนชำระ (installment loan) 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 15.99% ต่อปี ดอกเบี้ยทั้งสัญญา 45,620 บาท ค่างวด 2,427 บาทต่อเดือน ผ่อนนาน 60 เดือน
สินเชื่อรวมหนี้ถึงแม้จะมีข้อดีมากมาย แต่มันก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะจัดการปัญหาหนี้ให้หมดไปเลย หาก mind set เรื่องหนี้ หรือพฤติกรรมการใช้เงินไม่เปลี่ยน แม้เราจะสนับสนุนให้คุณทำการรวมหนี้ แต่ก็อยากฝากคำถามให้ถามตัวเองให้หนัก ๆ ก่อนจะทำการรวมหนี้ เพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่องหนี้เป็นไปอย่างยั่งยืน ดังนี้
ปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ที่เกิดจากความจำเป็นนั้นไม่เป็นปัญหาเลย การรวมหนี้อาจไม่ทำให้หนี้หมดไป แต่ทำให้จัดการง่ายขึ้น แต่หากปัญหาคือพฤติกรรมการใช้เงิน หนี้ที่รวมไปแล้ว ก็อาจจะเป็นหนึ่งในหนี้ก้อนหนึ่ง ที่เกิดขึ้นพร้อมหนี้ที่เกิดขึ้นใหม่อีกก็ได้ เพราะคุณมีอำนาจในการใช้จ่ายมากขึ้น
หลังรวมหนี้แล้ว ถือว่าคุณมีโอกาสที่สองที่จะจัดการหนี้ได้แล้ว ไม่ควรสร้างหนี้เพิ่ม เพราะหากยังจัดการหนี้ก้อนที่รวมยังไม่หมด การสร้างหนี้ก้อนใหม่ก็จะรวมหนี้ก้อนที่รวมแล้วไปเป็นภาระติดพันอีก แล้วการจะขอสินเชื่อเพื่อรวมหนี้อีกก้อนมาแก้ปัญหาก็จะเป็นเรื่องยากมากจนแทบเป็นไปไม่ได้
คุ้มมากหากคุณมีหนี้หลายก้อนที่ต้องจ่ายขั้นต่ำ หรือเริ่มสูญเสียสภาพคล่องไปแล้ว การรวมหนี้จะทำให้อำนาจในการจัดการเงินกลับคืนมา เหลือเจ้าหนี้เพียงรายเดียว เหลือยอดต้องชำระเพียงยอดเดียว อย่างไรก็ตามการรวมหนี้นั้นช่วยได้แค่การจัดระเบียบการเงิน แต่ไม่ช่วยให้หนี้หายไป และไม่แก้ปัญหาหากยังสร้างหนี้ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว มีความรับผิดชอบต่อการเงินเพื่อจะได้ไม่เป็นหนี้จนมีปัญหาทางการเงิน และควรเปรียบเทียบดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายรวมก่อนตัดสินใจกู้ทุกครั้งด้วย
สินเชื่อรวมหนี้ (Debt Consolidation) คือ บริการทางการเงินที่ช่วยรวมหนี้หลาย ๆ ก้อน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ให้มาเป็นก้อนเดียวกัน โดยการกู้สินเชื่อก้อนใหม่ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าไปปิดหนี้เก่าทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาผ่อนชำระกับผู้ให้บริการทางการเงินแห่งเดียว
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสินเชื่อใหม่และอัตราดอกเบี้ยของหนี้เดิม โดยควรเปรียบเทียบต้นทุนรวมตลอดสัญญาก่อนตัดสินใจ
หากเริ่มบริหารการชำระหลายบัญชียาก หรือมีความเสี่ยงลืมชำระ การรวมหนี้อาจช่วยให้จัดการภาระได้ง่ายขึ้น
โดยทั่วไปใช้บัตรประชาชน เอกสารแสดงรายได้ รายการเดินบัญชี และเอกสารแสดงภาระหนี้เดิมที่ต้องการรวมหนี้
การรวมหนี้ทำให้ภาระหนี้รวมเป็นก้อนเดียว นำยอดหนี้ทั้งหมดมาจัดการ แล้วคำนวณออกมาเป็นยอดจ่ายยอดเดียว มักทำให้ผู้กู้ได้อำนาจในการจับจ่ายใช้สอยกลับมา เมื่อไปกู้เพิ่มมักทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำเพิ่ม หากมีแนวโน้มที่จะสร้างหนี้เพิ่มมากจนจ่ายไม่ไหวอีก หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพิ่ม
การรวมหนี้ไม่ได้ทำให้เสียเครดิตบูโรโดยอัตโนมัติ แต่การอนุมัติและประวัติการชำระหนี้หลังจากนั้นจะถูกบันทึกอยู่ในระบบข้อมูลเครดิตเช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น