อัปเดตสิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 สำหรับคนเตรียมยื่นภาษีปี 2569 สรุปครบทุกหมวด ทั้งค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว ประกัน การลงทุน และมาตรการรัฐ ใช้ให้คุ้มก่อนหมดเวลา
สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีเงินได้ที่ต้องเผชิญหน้ากับการยื่นภาษีประจำปี คำว่า “ภาษี” อาจฟังดูเป็นภาระ แต่ความจริงคือการวางแผนลดหย่อนภาษีที่ชาญฉลาดคือโอกาสในการประหยัดเงิน บทความนี้คือจะอัปเดตข้อมูลภาษีล่าสุด พร้อมวิธีคำนวณเงินได้สุทธิและสรุปทุกสิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 ที่คุณใช้ได้ก่อนยื่นภาษี 2569 หากพร้อมที่จะบริหารเงินภาษีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องอ่านบทความนี้!
อัปเดตอัตราภาษีปี 2568 : เช็กฐานภาษีของคุณก่อนวางแผน
ก่อนเริ่มใช้สิทธิลดหย่อนใดๆ สิ่งแรกที่คุณต้องรู้คือสถานะทางการเงินของตัวเอง เพราะการทำความเข้าใจอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568 ที่ใช้ระบบขั้นบันได (อัตราภาษีก้าวหน้า) จะช่วยให้คุณประเมินภาระภาษีและวางแผนการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ทำความเข้าใจ “เงินได้สุทธิ” ที่ใช้คำนวณภาษี
กรมสรรพากรไม่ได้คำนวณภาษีจากเงินได้รวมทั้งหมด แต่คิดจาก “เงินได้สุทธิ” ซึ่งเป็นยอดเงินที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ ออกไปแล้ว โดยมีสูตรพื้นฐานคือ เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายอนุญาต - ค่าลดหย่อนต่างๆ สมมติว่า คุณมีเงินได้รวมต่อปี 750,000 บาท (หรือเดือนละ 62,500 บาท) เมื่อหักสิทธิลดหย่อนพื้นฐานจะได้เป็น
- หักค่าใช้จ่ายมาตรฐาน : 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว : 60,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนประกันสังคม : 9,000 บาท
เท่ากับว่าเงินได้สุทธิที่นำไปคิดภาษีจะอยู่ที่ 750,000 - (100,000 + 60,000 + 9,000) = 581,000 บาท

เช็กตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568 (อัตราก้าวหน้า)
ในประเทศไทยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะใช้ระบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่มีเงินได้สุทธิสูงขึ้น จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามไปด้วย คือ
- 0 - 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี
- 150,001 - 300,000 บาท จะถูกคิดอัตราภาษี 5%
- 300,001 - 500,000 บาท จะถูกคิดอัตราภาษี 10%
- 500,001 - 750,000 บาท จะถูกคิดอัตราภาษี 15%
- 750,001 บาท - 1,000,000 บาท จะถูกคิดอัตราภาษี 20%
- 1,000,001 บาท - 2,000,000 บาท จะถูกคิดอัตราภาษี 25%
- 2,000,001 บาท - 5,000,000 บาท จะถูกคิดอัตราภาษี 30%
- 5,000,001 บาทขึ้นไป จะถูกคิดอัตราภาษี 35%
และจากตัวอย่างเงินได้สุทธิ 581,000 บาท จะถูกคำนวณภาษีแบบขั้นบันได โดยคิดภาษีตามช่วงรายได้ทีละขั้น ไม่ใช่คิดทั้งหมดในอัตราสูงสุด ดังนี้
- 0 - 150,000 บาท = ยกเว้น
- 150,001 - 300,000 บาท = 150,000 x 5% = 7,500 บาท
- 300,001 - 500,000 บาท = 200,000 x 10% = 20,000 บาท
- 500,001 - 581,000 บาท = 81,000 x 15% = 12,150 บาท
จะเห็นได้เลยว่าภาระภาษีรวมที่คำนวณได้ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนอื่นๆ คือ 39,650 บาท ถ้าหากคุณมีแผนการลงทุนหรือซื้อประกันลดหย่อนภาษี เช่น ประกันชีวิต กองทุนThai ESG เป็นต้น ก็สามารถนำมาหักออกเพื่อลดภาระภาษีในส่วนนี้ลงได้อีกเช่นกัน

สิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรบ้าง? รู้ไว้ก่อนยื่นภาษีปี 2569
สิทธิลดหย่อนภาษี คือกุญแจสำคัญในการลดฐานภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยให้คุณประหยัดเงินได้สูงสุด มาเช็กกันดูกันว่าปี 2568 มีสิทธิลดหย่อนอะไรให้คุณใช้ได้บ้าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยื่นภาษี 2569 ที่กำลังจะถึงนี้

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
เริ่มกันที่สิทธิ์พื้นฐานที่ติดตัวทุกคน ไม่ว่าจะโสด แต่งงาน มีลูก หรือดูแลพ่อแม่ ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว คือยอดเงินที่รัฐบาลอนุญาตให้คุณนำมาหักออกจากเงินได้ได้โดยอัตโนมัติ การเช็กสิทธิลดหย่อนในหมวดนี้ให้ครบคือการเริ่มต้นใช้ สิทธิลดหย่อนปีภาษี 2568 เพื่อเตรียมยื่นภาษี 2569 ได้อย่างถูกต้อง
- ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนภาษีคู่สมรสที่จะทะเบียนอย่างถูกต้อง และคู่สมรสไม่มีเงินได้ 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนภาษีฝากครรภ์และคลอดบุตร ลดหย่อนได้ตามจริง ไม่เกิน 60,000 บาท
- ค่าลดหย่อนภาษีบุตร โดยจะแบ่งเป็น
- บุตรตามกฎหมาย ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท (ไม่จำกัดจำนวน) และบุตรที่เกิดในปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
- บุตรบุญธรรม ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท (ไม่เกิน 3 คน)
- ค่าลดหย่อนภาษีอุปการะบิดามารดา คนละ 30,000 บาท รวมบิดามารดาคู่สมรส โดยต้องมีอายุมากกว่า 60 ปี และมีเงินได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี
- ค่าลดหย่อนภาษีผู้พิการและทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท โดยผู้พิการต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ

ค่าลดหย่อนประกันและการลงทุน
สำหรับคนวางแผนอนาคตเบี้ยประกันและเงินลงทุนในกองทุน ไม่ได้ให้แค่ความคุ้มครองหรือผลตอบแทนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีที่มีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษียณที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีปี 2568 ได้สูงสุดหลักแสนบาท ช่วยให้การยื่นภาษี 2569 ประหยัดที่สุด
- เบี้ยประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 25,000 บาท
- เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป และประกันสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งกรมธรรม์ต้องมีระยะการคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันสุขภาพต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- ประกันสังคม ลดหย่อนได้ตามจริง ไม่เกิน 9,000 บาท
- ประกันสุขภาพของบิดามารดา ลดหย่อนได้ตามจริง ไม่เกิน 15,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- ประกันชีวิตบำนาญ ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ตามเงื่อนไข ดังนี้
- ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
- จ่ายผลตอบแทนให้ผู้เอาประกันภัยตั้งแต่อายุ 55 ปี ต่อเนื่องไปจนอายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้น
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท
- กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท
- กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (ต้องถือหน่วยลงทุนมากกว่า 5 ปี)
- กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนพิเศษ (Thai ESGX)
- เงินลงทุนใหม่ (1 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568): ลดหย่อน 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท (ไม่รวมกับ Thai ESG ปกติ)
- สับเปลี่ยนจาก LTF (1 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568): ได้สิทธิลดหย่อน 5 ปี โดยปี 2568 ใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท และปี 2569-2572 ใช้ได้ปีละ 50,000 บาท
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 30,000 บาทเงินลงทุนวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 100,000 บาท
หมายเหตุ สำหรับกลุ่มกองทุน RMF, กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ และประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมกันทั้งหมดจะลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท

ค่าลดหย่อนบริจาค
การบริจาค คือช่องทางที่คุณสามารถทำประโยชน์เพื่อสังคมได้พร้อมกับรับสิทธิลดหย่อนปีภาษี 2568 ไปพร้อมกัน ภาครัฐให้การสนับสนุนการทำความดีของคุณ โดยอนุญาตให้นำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนได้ตามประเภทและเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมีทั้งแบบหักได้ตามจริงและแบบที่ให้สิทธิพิเศษ มากกว่าปกติ เตรียมหลักฐานไว้ให้พร้อมสำหรับการยื่นภาษี 2569
- เงินบริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มอื่นๆ
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ ลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษี
- เงินบริจาคให้พรรคการเมือง ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาท

ค่าลดหย่อนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
มาตรการพิเศษที่รัฐบาลออกมาเพื่อจูงใจการใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายบางส่วนของคุณสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยสิทธิลดหย่อนเหล่านี้ถือเป็นโบนัสที่ช่วยลดภาระภาษีของปี 2568 นอกเหนือจากสิทธิลดหย่อนหลักๆ ดังนั้น ต้องตรวจสอบเงื่อนไข ให้แน่ใจว่จะใช้สิทธิลดหย่อนนี้ได้เต็มที่ในการยื่นภาษี 2569
- ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย เช่น ซื้อคอนโด ผ่อนบ้าน ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- เงินลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ลงทุนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
- Easy E-Receipt 2.0 (เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.- 28 ก.พ. 2568) ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
- ส่วนที่ 1 ลดหย่อนได้ 30,000 บาท โดยซื้อสินค้าหรือบริการทั่วไป จากผู้ประกอบการจด VAT และไม่ได้จด VAT
- ส่วนที่ 2 ลดหย่อนได้ 20,000 บาท โดยซื้อสินค้า OTOP หรือสินค้าและบริการจากวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้สำหรับลดหย่อนปี 2568
- เที่ยวดี มีคืน 2568 : ลดหย่อนค่าที่พักและค่าอาหารได้สูงสุด 30,000 บาท (ในช่วง 29 ต.ค. - 15 ธ.ค. 2568) ซึ่งยอดที่นำมาลดหย่อนต้องมีใบกำกับภาษี และยอดเกิน 10,000 บาทต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น โดยมีเงื่อนไขการหักดังนี้
- เที่ยวเมืองรองหักได้ 1.5 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 30,000 บาท
- เที่ยวเมืองหลักหักได้ 1 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท
ใช้บัตรเครดิต อิออน เวลล์เนส แพลทินัม วางแผนภาษีคุ้มกว่าเดิม
เมื่อถึงเวลาวางแผนภาษี หลายคนอาจมองแค่ “การหักลดหย่อน” แต่มองข้ามไปว่าช่องทางการจ่ายเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการชำระเบี้ยประกันลดหย่อนภาษีของคุณไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ ผ่านบัตรเครดิตอิออน เวลล์เนส แพลทินัม จะทำให้คุณได้ทั้งสิทธิลดหย่อนและเครดิตเงินคืน
โดยเฉพาะเมื่อชำระค่าเบี้ย ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันบำนาญผ่าน บัตรเครดิตอิออน เวลล์เนส แพลทินัม* จะได้รับเครดิตเงินคืน 1% สำหรับค่าเบี้ยประกัน MCC Code 5960, 6300 และ 9223 (ยกเว้น Unit Linked)* เรียกได้ว่าได้ “สองต่อ” ทั้งสิทธิลดหย่อนภาษีและเครดิตคืนเข้ากระเป๋าในเวลาเดียวกัน
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
*สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
เช็กสิทธิลดหย่อนให้ครบ ก่อนยื่นภาษีปี 2569
ปีภาษี 2568 เหลือเวลาอีกไม่นาน ก่อนจะถึงช่วงยื่นภาษีปี 2569 นี่คือโอกาสสุดท้ายในการตรวจสิทธิลดหย่อนให้ครบใช้ให้คุ้ม เพราะทุกสิทธิลดหย่อนที่คุณใช้ได้วันนี้คือเงินที่ช่วยลดภาระในวันยื่นภาษีจริง ยิ่งวางแผนรอบคอบเท่าไร ก็ยิ่งจ่ายน้อยลงได้อย่างถูกต้องมากเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสรรพากร, finnomena, itax