อยากรู้ไหมว่าเปลี่ยนไอโฟนทุกปีคุ้มจริงไหม? บทความนี้จะพาเจาะลึกการคำนวณต้นทุนต่อเดือน เทคนิคขายต่อให้ได้ราคาดี และวิธีอัปเกรดเครื่องใหม่ให้คุ้มค่าที่สุดทุกบาท
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกครั้งที่ Apple เปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ คำถามคลาสิคที่วนกลับมาเป็นประเด็นก็หนีไม่พ้น “ควรเปลี่ยนไอโฟนทุกปีไหม?” เพราะสำหรับบางคนไอโฟนคือเครื่องมือทำงานที่ต้องทันเทคโนโลยีเสมอ แต่สำหรับอีกหลายคน มันคือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ที่ต้องคิดให้คุ้มก่อนจ่ายทุกบาท เพราะสมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่ Gadget แต่คือ “ทรัพย์สินที่มีค่าเสื่อม” ดังนั้น มาดูกันว่าถ้าอยากซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ ควรคิดถึงเรื่องอะไรบ้าง ใช้ไอโฟนกี่ปีควรเปลี่ยน เพื่อให้การซื้อไอโฟนใหม่คุ้มค่าที่สุด”

มองให้เป็น “สินทรัพย์” ไม่ใช่แค่ของใช้ ก่อนเปลี่ยนไอโฟนทุกปี
หากถามว่า “เปลี่ยนไอโฟนทุกปีคุ้มไหม” คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหรือรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณมอง “มูลค่าของเครื่อง” แบบไหนต่างหาก หากมองว่าไอโฟนเป็นของใช้ถึงเวลาก็เปลี่ยน ค่าใช้จ่ายก็จะดูเหมือนสิ้นเปลืองไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามองว่าไอโฟนคือ “ทรัพย์สินที่มีมูลค่าคงเหลือ” ก็จะเริ่มเข้าใจว่าการเปลี่ยนไอโฟนคือ “การบริหารมูลค่าให้คุ้มที่สุด” ไม่ใช่แค่การซื้อใหม่ตามรอบ
เพราะไอโฟนทุกเครื่องมี “มูลค่าคงเหลือ” หรือราคาขายต่อในอนาคต และยังมี “ค่าใช้จ่ายแฝง” ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ใช้เครื่อง ยิ่งใช้เครื่องให้นานขึ้น หรือรู้จังหวะขายต่อให้เหมาะสม ต้นทุนที่ต้องจ่ายจริงต่อเดือนก็จะยิ่งต่ำลงซึ่งหลักคิดง่ายๆ ก่อนเปลี่ยนไอโฟนใหม่ทุกปีคือ
- ดูว่าได้ใช้งานคุ้มจริงหรือไม่ : ถ้าเครื่องปัจจุบันยังตอบโจทย์งานและไลฟ์สไตล์ได้ครบ อาจยังไม่จำเป็น แต่ถ้าคิดจะเปลี่ยน ควรเลือกช่วงที่ราคาขายต่อยังดี เพื่อให้เสียส่วนต่างน้อยที่สุด
- ดูแลเครื่องให้สภาพดี แม้จะใช้งานหนัก : การใช้งานจริงอาจทำให้เครื่องเสื่อมเร็วขึ้น แต่การติดฟิล์มรอบเครื่องไอโฟน หรือการใส่เคสไอโฟน หรือเก็บกล่องอุปกรณ์ให้ครบ จะช่วยรักษามูลค่าขายต่อได้มาก แม้จะเป็นเครื่องที่ผ่านการใช้งานหนัก
- ใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างชาญฉลาด : เช่น ผ่อน 0% หรือโปรแกรม Trade-in เพื่อลดเงินสดที่ต้องจ่ายจริง และกระจายต้นทุนในแต่ละเดือน
แนวคิดนี้จะช่วยให้การเปลี่ยนไอโฟนกลายเป็น “การวางแผนทรัพย์สิน” ไม่ใช่แค่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และนี่คือเหตุผลว่าทำไม “เปลี่ยนไอโฟนทุกปี” ก็อาจคุ้มได้ ถ้าคิดอย่างมีระบบ

เปลี่ยนไอโฟนทุกปีคุ้มไหม ควรซื้อไอโฟนตอนไหนคุ้มสุด
เวลาพูดถึงการเปลี่ยนไอโฟนรุ่นใหม่ หลายคนมักโฟกัสแค่ “ราคาซื้อ” หรือ “โปรผ่อน 0%” แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “ต้นทุนจริงของการใช้ไอโฟน” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการอัปเกรดแต่ละครั้ง คุ้มค่าหรือไม่ในระยะยาว เพราะในความเป็นจริงแล้วการเป็นเจ้าของไอโฟน ไม่ได้จบแค่ตอนจ่ายเงินซื้อเครื่อง แต่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่แฝงอยู่ด้วย เช่น ค่าผ่อน ค่าประกัน รวมถึง “ค่าเสื่อม” ที่เกิดขึ้นตามอายุการใช้
หากอยากรู้ว่าการใช้ไอโฟน เครื่องหนึ่ง “คุ้มจริงไหม” ลองคำนวณง่ายๆ ด้วยสูตร (ราคาเปิดตัว - ราคาขายต่อ) ÷ จำนวนเดือนที่ใช้ = ต้นทุนต่อเดือนที่แท้จริง เช่น หากคุณซื้อไอโฟน ราคา 40,000 บาท แล้วขายต่อได้ 28,000 บาทหลังใช้งาน 12 เดือน แปลว่าคุณใช้เครื่องนั้นในต้นทุนเพียงเดือนละประมาณ 1,000 บาทเพื่อจะได้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือความสะดวกในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่าคุ้มค่า
ดังนั้น สูตรนี้จึงเป็นเหมือน “เครื่องมือวัดความคุ้ม” ที่ช่วยให้เห็นภาพชัดว่า ควรเปลี่ยนไอโฟนทุกปี หรือ ใช้ต่ออีกกี่ปีถึงจะเหมาะกับคุณมากที่สุด เมื่อเข้าใจหลักการนี้แล้ว ลองมาดูการเปลี่ยนไอโฟนใหม่ในแต่ละช่วง 1 ปี 2 ปี 3 ปี หรือ 4 ปี แบบไหนจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ
สถานะการเงิน & ความคุ้มค่าในการเปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่
การเปลี่ยนไอโฟนไม่ได้วัดแค่ “เงินในกระเป๋า” แต่ต้องดูด้วยว่าเราบริหารมูลค่าเครื่องอย่างไร
ลองมาดูว่าแต่ละรอบปีของการเปลี่ยนมีจุดเด่น-จุดด้อยต่างกันอย่างไรบ้าง
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 1 ปี : เป็นการรักษามูลค่าขายต่อไว้ได้สูงมาก เพราะเครื่องยังใหม่และสภาพดี ต้นทุนต่อเดือนจึงต่ำกว่าที่คิด เมื่อมีการใช้โปรโมชันผ่อน 0% หรือ Trade-in เข้ามาช่วยลดภาระจ่ายจริง
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 2 ปี : ถือเป็นจุดสมดุลที่ดีที่สุดในแง่ความคุ้มค่า เพราะต้นทุนต่อเดือนยังอยู่ในระดับเหมาะสม และคุณจะได้อัปเกรดเครื่องแบบ "ก้าวกระโดด" (Major Upgrade) ทั้งด้านประสิทธิภาพ กล้อง หรือดีไซน์ ทำให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 3 ปี : เน้นความประหยัดและคุ้มทุนสูงสุด ค่าเสื่อมรวมต่อปีต่ำที่สุด เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานได้ยาว โดยไม่รู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย เป็นการใช้เงินทุกบาทที่จ่ายไปอย่างคุ้มค่า
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 4 ปี : เป็นการใช้เครื่องจนคุ้มค่าที่สุดในทุกฟังก์ชัน เน้นการใช้งานจนเครื่องหมดอายุขัย แม้จะไม่เน้นมูลค่าขายต่อ แต่คุ้มค่าในมุมของการ "ใช้ให้เต็มอายุการใช้งาน" ของเครื่องอย่างแท้จริง
เทคโนโลยี & ความเสี่ยงในการเปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 1 ปี : เป็นการได้ใช้เทคโนโลยีล่าสุดอยู่เสมอ ทั้งชิป กล้อง และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่มาพร้อม iOS เครื่องยังอยู่ในระยะประกันตลอดเวลา ทำให้ความเสี่ยงด้านการใช้งานต่ำที่สุด และมีประสิทธิภาพเต็มร้อย
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 2 ปี : ยังคงให้สมดุลที่ดีในด้านเทคโนโลยี เพราะแบตเตอรี่ยังสดใหม่ ประสิทธิภาพโดยรวมยอดเยี่ยม และมีความเสี่ยงต่ำที่จะต้องเสียเงินเปลี่ยนแบตเตอรี่ก่อนขายต่อ ถือเป็นจังหวะที่ได้เครื่องแรงและเสถียรในราคาที่คุ้มค่า
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 3 ปี : เนื่องจากแบตเตอรี่มักเริ่มเสื่อมสภาพ (ต่ำกว่า 80%) ทำให้ผู้ใช้อาจต้องเปลี่ยนแบตเพื่อเพิ่มมูลค่าขายต่อ หรือยอมรับประสิทธิภาพที่ลดลง
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 4 ปี : ถือว่าเริ่มมีความเสี่ยงในด้านประสิทธิภาพ เพราะหลายรุ่นในช่วงอายุนี้เริ่มทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อใช้แอปรุ่นใหม่ๆ และแม้บางรุ่นจะยังอัปเดต iOS ได้อยู่ แต่ฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่รองรับเต็มรูปแบบ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานไม่สมบูรณ์เหมือนรุ่นใหม่ในที่สุด
การเปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่เหมาะกับใครบ้าง
การตัดสินใจว่าควรเปลี่ยนไอโฟนทุกกี่ปี ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณส่วนบุคคล ลองพิจารณาว่าไลฟ์สไตล์ของคุณตรงกับรอบการเปลี่ยนแบบใดมากที่สุด
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 1 ปี : เหมาะสำหรับกลุ่ม Content Creator หรือผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีล่าสุดอยู่เสมอ รวมถึงกลุ่มที่ใช้โปรแกรม Trade-in เพื่ออัปเกรดโดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 2 ปี : เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปถึงกึ่งหนัก ที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่และความเสถียรในการใช้งาน โดยยังควบคุมงบประมาณได้ดี และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อยเกินไป
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 3 ปี : เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่เน้นความประหยัด ไม่ได้แคร์ฟีเจอร์ใหม่มากนัก แต่ต้องการเครื่องที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานพื้นฐานในทุกวัน
- เปลี่ยนไอโฟนเครื่องใหม่ทุก 4 ปี : เหมาะกับสายประหยัดขั้นสุด ที่พร้อมรับมือกับเครื่องที่เริ่มช้าลงหรือแบตเตอรี่เสื่อมบ้าง โดยแลกกับการประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวและใช้เครื่องจนคุ้มทุกบาท

แจก Tips ซื้อขายไอโฟนเครื่องใหม่ฉบับมือโปร!
iPhone ไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นอุปกรณ์ที่มีสภาพคล่องในตลาดรองสูง การวางแผนตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ จะช่วยให้การเปลี่ยนรุ่นใหม่ในอนาคตไม่เป็นภาระทางการเงินจนเกินไป ดังนี้
- สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยอุปกรณ์เดิม : การเก็บรักษาอุปกรณ์ในกล่อง (Original Box & Accessories) ช่วยยืนยันความโปร่งใสของประวัติเครื่อง ทำให้ผู้ซื้อไว้วางใจว่าเครื่องไม่ผ่านการดัดแปลง ส่งผลให้ราคาขายต่อไม่ตก
- จังหวะเวลาคือหัวใจสำคัญ : ราคา iPhone มือสองมักผันแปรตามวงจรการเปิดตัวสินค้าใหม่ การวางแผนขายในช่วง 1 เดือนก่อนรุ่นล่าสุดจะวางจำหน่าย จะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะ "ราคาร่วง" พร้อมกันทั้งตลาด
- บริหารกระแสเงินสดด้วยสิทธิประโยชน์ : เลือกใช้การผ่อนชำระ 0% เพื่อกระจายภาระค่าใช้จ่าย ร่วมกับการทำ Trade-in ที่ช่วยเปลี่ยนเครื่องเก่าเป็นส่วนลดทันที ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดส่วนต่างราคาเครื่องใหม่ได้ดีที่สุด

รวมโปรผ่อนไอโฟน 17 ตัวช่วยให้การอัปเกรดไม่สะดุด
การอัปเกรด ไอโฟน จะคุ้มค่าที่สุดได้ ก็ต่อเมื่อรู้จักใช้ “เครื่องมือทางการเงิน” ให้เป็นประโยชน์ และคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว แต่สามารถเป็นเจ้าของเครื่องใหม่ได้ทันที เพราะการผ่อนชำระจะช่วยให้คุณบริหารงบประมาณได้ง่ายขึ้น และยังคงสภาพคล่องของเงินในมือไว้ใช้จ่ายกับเรื่องอื่นได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือแผนผ่อนนานจาก AEON ที่ออกแบบมาเพื่อช่วย “แบ่งเบาเงินก้อนใหญ่” อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดเครื่องใหม่ หรือการ Trade-in จากเครื่องเก่า ก็สามารถทำได้อย่างราบรื่น ซึ่งมีด้วยกัน 2 ตัวเลือก
ผ่อนไอโฟน 17 ที่Advice, IT CITY, CSC, Power Buy, TG, True 5G ทุกสาขาทั่วประเทศ
- โปรผ่อน 0% นานสูงสุด 12 เดือน ด้วยบัตรเครดิตอิออน* และสินเชื่อดิจิทัล ยัวร์แคช*
- โปรผ่อนนาน 18 เดือน ดอกเบี้ยเพียง 0.29%* ต่อเดือน (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 6.49% ต่อปี โดยประมาณ เมื่อคำนวณแบบลดต้นลดดอก)
- ระยะเวลาโปรโมชัน: 17 กันยายน 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2569
ผ่อนไอโฟน 17 ที่ STUDIO 7, BANANA, KINGKONG และ BKK ทุกสาขาทั่วประเทศ
- โปรผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ด้วยบัตรเครดิตอิออน* และสินเชื่อดิจิทัล ยัวร์แคช*
- โปรผ่อนนาน 18 เดือน ดอกเบี้ยเพียง 0.29%* ต่อเดือน (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 6.49% ต่อปี โดยประมาณ เมื่อคำนวณแบบลดต้นลดดอก)
- ระยะเวลาโปรโมชัน: 10 กันยายน 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2569
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี สำหรับบัตรเครดิต
*กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 22% - 25% ต่อปี สำหรับสินเชื่อ
*กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 22% - 25% ต่อปี สำหรับสินเชื่อ
เปลี่ยนไอโฟนใหม่ให้คุ้ม ต้องมองให้เกินกว่า “ราคาเครื่อง”
สุดท้ายแล้วความคุ้มค่าของการ เปลี่ยนไอโฟน ไม่ได้วัดกันแค่ที่รุ่นใหม่หรือสเปกที่แรงกว่าเดิม แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราวางแผนการเงินและบริหารมูลค่าเครื่องได้ดีแค่ไหน เพราะทุกเครื่องคือทรัพย์สินที่มีค่าเสื่อม หากคุณรู้ จังหวะซื้อขาย และใช้เครื่องมือทางการเงิน ก็สามารถอัปเกรดเครื่องได้อย่างคุ้มค่าโดยไม่กระทบกระเป๋าเงิน ไม่ว่าจะเลือกเปลี่ยนทุกกี่ปีหรือใช้ยาวจนคุ้มทุกบาท การเข้าใจ "หลักคิดในการบริหารมูลค่าเครื่อง" จะช่วยให้การเปลี่ยนไอโฟนครั้งต่อไปเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดกว่าเดิมเสมอ